มูลไส้เดือน ใส่แบบไหน พืชถึงโตดี

ตื่นเช้ามาสำรวจสวน เห็นต้นไม้แตกใบอ่อนก็ทำให้มีพลังทำงานแล้วใช่ไหมครับ วันนี้เรามีเคล็ดลับการใช้ “มูลไส้เดือน” ปุ๋ยจากธรรมชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องการฟื้นฟูต้นไม้มาฝากกันครับ หลายคนซื้อมาติดบ้านไว้แต่อาจจะยังไม่รู้เทคนิคการใส่ที่ถูกต้อง ทำให้พืชดึงสารอาหารไปใช้ได้ไม่เต็มที่ ใครที่เจอปัญหาต้นไม้แกร็น โตช้า หรือดินแข็งกระด้าง ลองมาดูเทคนิคการใช้แบบมือโปรที่จะช่วยให้พืชกลับมาสดใสและโตไวแบบเห็นความเปลี่ยนแปลงได้กันครับ
ทำไมต้องเลือกใช้มูลไส้เดือน?
ก่อนจะไปดูวิธีใส่ ต้องเข้าใจก่อนว่ามูลไส้เดือนไม่ใช่แค่มูลสัตว์ทั่วไป แต่มันคือผลผลิตที่ผ่านกระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพโดยจุลินทรีย์ในลำไส้ของไส้เดือน สิ่งที่ได้ออกมาคือปุ๋ยที่มีธาตุอาหารครบถ้วน ทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และธาตุอาหารรองอื่นๆ ที่สำคัญคือมีฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นการแบ่งเซลล์ของพืช ทำให้รากงอกไว ต้นแข็งแรง และใบเขียวเข้ม แถมยังมีค่า pH เป็นกลาง
เทคนิคการใส่มูลไส้เดือนให้เห็นผลไว
- การใส่บำรุงในกระถางและพืชผักสวนครัว
วิธีที่ถูกต้องคือการโรยมูลไส้เดือนลงไปรอบโคนต้นในปริมาณ 1-3 กำมือ (ขึ้นอยู่กับขนาดต้น) จากนั้นให้ใช้พลั่วเล็กๆ พรวนดินกลบเบาๆ เพื่อให้จุลินทรีย์เข้าไปอยู่ในดินที่ร่มและชื้น จากนั้นรดน้ำตามทันที วิธีนี้จะทำให้พืชได้รับธาตุอาหารแบบเน้นๆ และรากจะเดินออกมาหาปุ๋ยได้เร็วกว่าการโรยทิ้งไว้ข้างบนเฉยๆ โดยแนะนำให้ใช้เติมทุกๆ 15-30 วัน เพื่อให้พืชได้รับสารอาหารต่อเนื่องและสม่ำเสมอที่สุด - การผลิตน้ำหมักมูลไส้เดือน
สำหรับใครที่ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ หรือพืชที่ต้องการฟื้นฟูใบอย่างรวดเร็ว แนะนำให้ทำน้ำหมักมูลไส้เดือน โดยการนำมูลไส้เดือนประมาณ 1 กิโลกรัม ใส่ถุงตาข่ายแล้วแช่ในน้ำเปล่า 10-20 ลิตร ทิ้งไว้ 1 คืน น้ำที่ได้จะมีสีเหมือนน้ำชาแต่ไม่มีกลิ่นเหม็น นำไปผสมน้ำในอัตราส่วน 1:10 แล้วฉีดพ่นทางใบในช่วงเช้าตรู่ที่ปากใบเปิด หรือรดโคนต้น พืชจะดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ทันที - การใช้รองก้นหลุม
สำหรับการย้ายต้นกล้าลงหลุมปลูกใหม่ แนะนำให้ผสมมูลไส้เดือนกับดินปลูกในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 แล้วใช้รองก้นหลุม วิธีนี้จะช่วยลดความเครียดของต้นไม้จากการย้ายกระถาง และช่วยให้รากใหม่เดินเข้าหาธาตุอาหารได้ทันที ทำให้พืชไม่ชะงักการเติบโต
เคล็ดลับการเก็บรักษาให้ปุ๋ยมูลไส้เดือนยังสดเสมอ
มูลไส้เดือนที่ดีต้องมีความชื้นหมาดๆ ประมาณ 30% หากซื้อมาแล้วใช้ไม่หมด ควรเก็บไว้ในถุงพลาสติกที่เจาะรูระบายอากาศเล็กน้อย และวางไว้ในที่ร่ม ไม่ให้โดนแดดหรือโดนฝน เพื่อรักษาจุลินทรีย์ให้ยังมีชีวิตอยู่เสมอ หากปล่อยให้แห้งจนกลายเป็นฝุ่น ความเป็นปุ๋ยชั้นดีจะหายไปกว่าครึ่ง
หัวใจสำคัญของการใช้มูลไส้เดือนคือการรักษาความชื้นเพื่อให้จุลินทรีย์ทำงานได้เต็มที่ครับ ใครที่อยากใช้ปุ๋ยมูลไส้เดือนให้พืชได้ประโยชน์มากที่สุดลองนำเทคนิคที่นำมาฝากไปปรับใช้ดูนะครับ จะสังเกตเห็นเลยว่าต้นไม้แตกยอดใหม่ไวและใบเขียวเข้มขึ้นชัดเจน
ที่มา : เกษตรสัญจร
บทความที่น่าสนใจ