วันศุกร์, 22 พฤษภาคม 2569

การปลูกข้าวหอมมะลินอกฤดู

การปลูกข้าวหอมมะลินอกฤดู

การปลูกข้าวหอมมะลินอกฤดู

ข้าวหอมมะลิ (พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และ กข15) เป็นข้าวที่มีความไว ต่อช่วงแสง การนำมาปลูกนอกฤดูทำให้ลักษณะของต้นข้าวเปลี่ยนแปลงไปจากฤดูนาปี เช่น อายุของข้าวจะสั้นลง เมื่อต้นข้าวเจริญเติบโตพร้อมที่จะสามารถสร้างดอกได้ (อายุประมาณ 50 วัน) จะเริ่มสร้างช่อดอกทำให้มีเวลาเจริญเติบโตทางลำต้นน้อยกว่าในฤดูปกติ (อายุประมาณ 100-110 วัน ขึ้นอยู่กับวันปลูก) การสะสมอาหารในลำต้นมีน้อย ต้นข้าวจะเตี้ย และอ่อน ซึ่งจะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเข้าทำลายของโรค แม่ลง และสัตว์ศัตรูข้าว
ดังนั้น การปลูกข้าวหอมมะลินอกฤดู การจัดการจึงต้องเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสม เช่น การกำหนดวันปลูกระยะเวลาในการใส่ปุ๋ย อัตราปุ๋ยที่เหมาะสม การดูแลรักษาที่ต้องมีมากกว่าในฤดูปกติ ทั้งการจัดการน้ำ การป้องกันกำจัดโรค แมลงและสัตว์ศัตรูข้าวเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวชะงักการเจริญเติบโต
พันธุ์ข้าวที่ใช้ คือข้าวพันธุ์ ขาวดอกมะลิ 105 / กข15
วันปลูกที่เหมาะสม ปลูกได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนธันวาคมเท่านั้น ถ้าปลูกล่ากว่านี้ (เช่นเลยเดือนธันวาคม) จะทำให้ข้าวมีจำนวนเมล็ดต่อรวงลดลง ขนาดเมล็ดเล็กและสั้นลง และน้ำหนักเมล็ดลดลง

การจัดการเมล็ดพันธุ์

  • ที่มาของเมล็ดพันธุ์: ควรใช้เมล็ดพันธุ์ที่เตรียมไว้จากฤดูนาปีที่ผ่านมา
  • เมล็ดพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวใหม่ต้องนำมาทำลายการพักตัวก่อนนำไปหว่าน หรือใช้เมล็ดพันธุ์ข้ามปี
  • อัตราเมล็ดพันธุ์: 20-25 กิโลกรัมต่อไร่
  • ควรทดสอบความงอก หากงอกต่ำกว่า 80% ต้องนำเมล็ดมาตากให้แห้งอีกประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อทำลายการพักตัว

วิธีปลูก

  • วิธีที่แนะนำ หว่านน้ำตม (ความงอกจะสม่ำเสมอดีกว่า)
  • ทางเลือก หว่านข้าวแห้ง (ถ้ามีการเตรียมดินที่ดี พื้นที่สม่ำเสมอ และสามารถกระจายน้ำได้ทั่วทั้งแปลง)
  • ไม่แนะนำ ปักดำ หรือ โยนกล้า เพราะจะทำให้ข้าวมีการแตกกอ และการสุกแก่ไม่พร้อมกัน คุณภาพเมล็ดข้าวลดลง

การใส่ปุ๋ย (ต่อไร่)

  • ครั้งที่ 1 (รองพื้น) หลังจากข้าวงอกประมาณ 15-20 วัน อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ นาดินทราย ใส่ปุ๋ยสูตร 16-16-8 หรือ 15-15-15 ส่วนนาดินเหนียว ใส่ปุ๋ยสูตร 16-20-0
  • ครั้งที่ 2 เมื่อข้าวมีอายุ 35-40 วันหลังงอกใส่ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) อัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่
  • ครั้งที่ 3 เมื่อข้าวมีอายุ 50-55 วันหลังงอกใส่ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) อัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่

การจัดการน้ำ

     ควรมีแหล่งน้ำใช้ได้ตลอดฤดูปลูก รักษาระดับน้ำให้ได้ประมาณ 5-10 เซนติเมตร ตลอดฤดูปลูก ระบายน้ำออกหลังข้าวออกดอกประมาณ 2 สัปดาห์

การเก็บเกี่ยว

  • ระยะเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม 28-30 วันหลังข้าวออกดอก (เรียกว่า ระยะพลับพลึง) หากใช้เครื่องเกี่ยวนวด ให้นำมาตากลดความชื้นให้ได้ 14% (ตากหนา 5-10 ซม. กลับกองทุก 2 ชม. หรือวันละ 4 ครั้ง ประมาณ 2-3 วัน)
ข้อควรระวังในการปลูก
  • ต้องมีแหล่งน้ำอย่างเพียงพอตลอดฤดูปลูก ปรับพื้นที่ปลูกให้มีความสม่ำเสมอ
  • ควรใช้เมล็ดพันธุ์ที่เตรียมไว้ข้ามปีความงอกจะสม่ำเสมอกว่าเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากการเก็บเกี่ยวในปีนั้น
  • ต้องปลูกโดยวิธีหว่านน้ำตมหรือหว่านข้าวแห้งเท่านั้น วันปลูกที่เหมาะสมอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมเท่านั้น
  • อย่าให้ข้าวชะงักการเจริญเติบโตเนื่องจากข้าวมีเวลาในการเจริญเติบโตน้อยอยู่แล้ว
  • ใส่ปุ๋ยให้ได้ตามอัตราแนะนำและตรงตามระยะการเจริญเติบโตของข้าว
ข้อดีของการปลูกนอกฤดู
  • อายุเก็บเกี่ยวสั้นกว่าฤดูปลูกปกติ 10 วัน ใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกพันธุ์อื่นฃ
  • ได้บริโภคข้าวใหม่นอกฤดู
  • ลดการปนจากข้าวพันธุ์อื่นในพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ
ข้อด้อย/ข้อจำกัด
  • อ่อนแอต่อโรคแมลงโดยเฉพาะโรคไหม้
  • มีข้อจำกัดด้านวันปลูก (ต้องปลูกใน พ.ย.-ธ.ค. เท่านั้น)
  • การดูแลรักษาแตกต่างจากนาปี เกษตรกรยังไม่มีความรู้ ทำให้เสี่ยงที่จะประสบปัญหา
  • ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ข้ามปี หรือ ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ได้ทำลายการพักตัวแล้ว
  • ต้องดูแลรักษาให้ข้าวเจริญเติบโตอย่างดีตลอดฤดูปลูก (อย่าให้ข้าวชะงักการเจริญเติบโต)
หมายเหตุ อินโฟกราฟิกจากการสรุปของ AI ใช้เป็นเพียงแนวทางคร่าวๆเท่านั้น

บทความที่น่าสนใจ