เที่ยวบึงกาฬ 2569เที่ยวบึงกาฬ 2569 ขับรถเที่ยวเอง สัมผัสธรรมชาติสุดฟิน เสน่ห์ริมโขง
หากพูดถึงจังหวัดท่องเที่ยวทางธรรมชาติในภาคอีสาน ชื่อของ “บึงกาฬ” กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางหลายคนปักหมุดไว้ในลิสต์ต้องไปสักครั้งในชีวิต ด้วยเสน่ห์ของภูเขาหินทรายอายุนับล้านปี จุดชมทะเลหมอกสุดอลังการ ป่าไม้ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขงที่เรียบง่ายและน่าหลงใหล
แม้ว่าจะเป็นจังหวัดที่มีอายุน้อยที่สุดของประเทศไทย แต่บึงกาฬกลับเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวระดับ Unseen Thailand มากมาย ไม่ว่าจะเป็นหินสามวาฬ ถ้ำนาคา ภูลังกา หรือบึงโขงหลง ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีเอกลักษณ์และความสวยงามแตกต่างกันไป
สำหรับใครที่ชอบการเดินทางแบบ Road Trip การขับรถเที่ยวบึงกาฬถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะอย่างยิ่ง เพราะสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่สามารถเดินทางถึงได้สะดวก ถนนสภาพดี และสามารถจัดทริปเที่ยวได้ทั้งแบบ 2 วัน 1 คืน หรือ 3 วัน 2 คืน
1.หินสามวาฬ แลนด์มาร์กระดับประเทศที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง
หากพูดถึงจังหวัดบึงกาฬ สถานที่แรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น “หินสามวาฬ” จุดเช็กอินชื่อดังที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กทางธรรมชาติที่สวยที่สุดของประเทศไทย

หินสามวาฬตั้งอยู่ภายในวนอุทยานภูสิงห์ มีลักษณะเป็นกลุ่มหินทรายขนาดมหึมา 3 ก้อน เรียงตัวกันบนหน้าผาสูง เมื่อมองจากมุมด้านบนจะมีรูปร่างคล้ายวาฬพ่อ วาฬแม่ และวาฬลูก กำลังแหวกว่ายอยู่กลางทะเลสีเขียวของผืนป่า
จุดเด่นที่สุดคือการชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาวที่ทะเลหมอกจะลอยปกคลุมผืนป่าเบื้องล่าง เกิดเป็นภาพที่สวยงามราวกับภาพวาด

จุดเด่นของที่นี่คือสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่มีทะเลหมอกปกคลุมทั่วผืนป่า สร้างบรรยากาศที่สวยงามราวกับภาพวาด นอกจากนี้ยังเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะเช็กอิน

ไฮไลต์ห้ามพลาด
- จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น
- ทะเลหมอกยามเช้า
- จุดถ่ายภาพบนหลังวาฬ
- วิวป่าเขา 360 องศา
📍 Google Maps: https://maps.google.com/?q=หินสามวาฬ+บึงกาฬ
⏰ เวลาเปิด-ปิด 05.30–17.00 น.
💰 ค่าเข้าชม
- คนไทย 20 บาท
- เด็ก 10 บาท
- ต่างชาติ 100 บาท
🚙 ค่ารถนำเที่ยวขึ้นจุดชมวิว ประมาณ 500–600 บาท/คัน
2. ภูสิงห์ จุดชมวิวธรรมชาติสุดอลังการ
ภูสิงห์เป็นพื้นที่ภูเขาหินทรายขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมหลายจุดชมวิวสำคัญของจังหวัด รวมถึงหินสามวาฬด้วย บริเวณนี้เต็มไปด้วยป่าไม้ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีลักษณะเป็นลานหินกว้างสลับกับหน้าผาสูง สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของจังหวัดบึงกาฬได้ไกลสุดสายตา

ในช่วงเช้าตรู่ โดยเฉพาะฤดูหนาว นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสทะเลหมอกที่สวยงาม และอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับสายธรรมชาติและสายถ่ายภาพ
ไฮไลต์
- จุดชมทะเลหมอก
- ลานหินธรรมชาติ
- จุดชมวิวหน้าผา
- ชมพระอาทิตย์ขึ้น
📍 Google Maps https://maps.google.com/?q=ภูสิงห์+บึงกาฬ
⏰ เวลาเปิด-ปิด 06.00–18.00 น.
3. ถ้ำนาคา ความมหัศจรรย์แห่งพญานาค
ถ้ำนาคาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังไปทั่วประเทศ ด้วยลักษณะของหินทรายขนาดใหญ่ที่มีผิวคล้ายเกล็ดงูยักษ์ จนเกิดเป็นตำนานความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค

การเดินทางต้องเดินเท้าขึ้นเขาประมาณ 3-4 กิโลเมตร แต่ระหว่างทางจะได้พบกับธรรมชาติที่สวยงาม จุดชมวิว และหินรูปร่างแปลกตาหลายแห่ง เมื่อเดินทางถึงจุดหมาย นักท่องเที่ยวจะได้ชมแนวหินที่มีลักษณะคล้ายลำตัวพญานาคขนาดใหญ่ทอดยาวอยู่กลางป่า
ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ Unseen Thailand ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในภาคอีสาน
ไฮไลต์
- หินเกล็ดพญานาค
- หัวพญานาค
- จุดชมวิวภูลังกา
- ป่าไม้ธรรมชาติ
📍 Google Maps https://maps.google.com/?q=ถ้ำนาคา+บึงกาฬ
⏰ เวลาเปิด-ปิด 06.00–14.00 น.
💰 ค่าเข้าชม
- คนไทย 40 บาท
- เด็ก 20 บาท
4. ภูลังกา จุดชมทะเลหมอกสุดโรแมนติก
ภูลังกาเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ โดยเฉพาะภาพทะเลหมอกยามเช้าที่ปกคลุมเหนือเทือกเขาสลับซับซ้อน สร้างทัศนียภาพที่สวยงามจนได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งในจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดของภาคอีสาน

นักท่องเที่ยวสามารถขับรถขึ้นไปยังจุดชมวิวได้สะดวก และควรเดินทางไปถึงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 30 นาที เพื่อเก็บภาพบรรยากาศที่สวยที่สุด
ไฮไลต์
- ชมทะเลหมอกยามเช้า
- พระอาทิตย์ขึ้นเหนือภูเขา
- ถ่ายภาพวิวพาโนรามา
- จุดพักผ่อนริมทาง
📍 Google Maps https://maps.google.com/?q=ภูลังกา+บึงกาฬ
5. น้ำตกถ้ำพระ
น้ำตกถ้ำพระตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขียวชอุ่มในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามและยังคงความเป็นธรรมชาติสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายและมาพักผ่อนกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

จุดเด่นของน้ำตกแห่งนี้คือสายน้ำที่ไหลลดหลั่นลงมาตามชั้นหินท่ามกลางป่าไม้ขนาดใหญ่ บริเวณโดยรอบร่มรื่นและเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม จะเป็นช่วงที่น้ำตกสวยที่สุด
ใกล้กับน้ำตกยังมีถ้ำพระ ซึ่งในอดีตเคยเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ ทำให้สถานที่แห่งนี้มีทั้งความงดงามทางธรรมชาติและความสงบทางจิตใจ
ไฮไลต์
- เล่นน้ำในแอ่งน้ำธรรมชาติ
- ชมสายน้ำหลายชั้น
- เดินศึกษาธรรมชาติ
- ถ่ายภาพธรรมชาติสวยงาม
📍 Google Maps https://maps.google.com/?q=น้ำตกถ้ำพระ+บึงกาฬ
⏰ เวลาเปิด-ปิด 08.00–16.30 น.
💰 ค่าเข้าชม ฟรี
6. วัดอาฮงศิลาวาส ชมสะดือแม่น้ำโขง
วัดอาฮงศิลาวาสเป็นวัดสำคัญริมแม่น้ำโขงที่ได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญ โดยเฉพาะจุดที่เรียกว่า “สะดือแม่น้ำโขง” ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นบริเวณที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง

ภายในวัดมีบรรยากาศสงบร่มรื่น รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่และวิวแม่น้ำโขงที่สวยงาม เหมาะสำหรับการทำบุญ ไหว้พระ และนั่งพักผ่อนชมทัศนียภาพริมฝั่งแม่น้ำ
นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสามารถมองเห็นแสงอาทิตย์สะท้อนผิวน้ำโขงได้อย่างสวยงาม
7. แก่งอาฮง
แก่งอาฮงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่อยู่ใกล้กับวัดอาฮงศิลาวาส มีชื่อเสียงจากความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคและเป็นจุดที่เชื่อมโยงกับตำนานพื้นบ้านของชาวลุ่มน้ำโขง

ในช่วงฤดูแล้ง ระดับน้ำในแม่น้ำโขงจะลดลง ทำให้มองเห็นโขดหินขนาดใหญ่และแก่งหินกลางแม่น้ำได้อย่างชัดเจน สร้างทัศนียภาพที่สวยงามและแตกต่างจากฤดูน้ำหลาก
นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นริมแม่น้ำ ชมวิถีชีวิตชาวประมง และถ่ายภาพวิวแม่น้ำโขงได้ตลอดทั้งวัน
ไฮไลต์
- จุดชมวิวแม่น้ำโขง
- ชมแก่งหินกลางแม่น้ำ
- ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก
- เรียนรู้ตำนานพญานาค
📍 Google Maps https://maps.google.com/?q=แก่งอาฮง+บึงกาฬ
เป็นยังไงกันบ้างครับกับ เที่ยวบึงกาฬ 2569 ถึงบึงกาฬเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันน่าทึ่ง ทั้งหินสามวาฬ ถ้ำนาคา ภูลังกา และวัดอาฮงศิลาวาส ทุกแห่งสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก เหมาะสำหรับการเที่ยวแบบ Road Trip ในวันหยุด หากคุณกำลังมองหาจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ที่ยังคงความสงบและมีธรรมชาติอันสวยงาม บึงกาฬคืออีกหนึ่งจังหวัดที่ไม่ควรพลาด
บทความที่น่าสนใจ



